ส่อง “เศรษฐกิจโลก” วันนี้ ยังมีทั้ง “ข่าวร้าย” และ “ข่าวดี”

เมื่อวันพุธตามเวลาสหรัฐฯที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานของเมืองลุงแซม ที่ทำหน้าที่ในการสำรวจและจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI

เครื่องชี้วัดภาวะเงินเฟ้อที่สำคัญยิ่งได้ประกาศตัวเลขของเดือนตุลาคมออกมาเรียบร้อย กลายเป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งของประเทศ เหตุเพราะตัวเลขดัชนีดังกล่าวนี้ แม้จะเพิ่มขึ้นในอัตราสูงถึง 7.7 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อเทียบเป็นรายปีปรากฏว่าออกมาต่ำกว่าร้อยละ 7.9 ที่นักวิเคราะห์คาดเอาไว้

ที่สำคัญเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ คือเดือนกันยายน ซึ่งอยู่ในอัตราร้อยละ 8.2 นั้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่า CPI ของเดือนตุลาคม ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปดูเฉพาะตัวเลข CPI มาตรฐาน ซึ่งจะไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานไว้ด้วยนั้น พบว่าตัวเลขของเดือนตุลาคมปรับตัวขึ้นเพียงร้อยละ 6.3 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าจะเป็น 6.5 และขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับตัวเลขของเดือนกันยายน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.6 แล้ว…จะเห็นว่าตัวเลขของเดือนตุลาคมชะลอลงอย่างชัดเจน

ก็ต้องถือว่าเป็น “ข่าวดี” เพราะแสดงให้เห็นว่ามาตรการต่างๆที่ธนาคารกลางสหรัฐฯดำเนินการมาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ค่อนข้างสูง เพื่อลดความแรงของเงินเฟ้อนั้น เริ่มให้ผลขึ้นแล้ว

ปรากฏว่าตลาดหุ้นที่สหรัฐฯออกมาขานรับกันยกใหญ่ โดยเฉพาะในวันที่มีการเผยแพร่ดัชนีที่ว่านี้…ดาวโจนส์ ขึ้นไปถึง 1,201 จุด ปิดที่ 37,715 จุด, เอส แอนด์ พี ขึ้นไป 208 จุด ปิดที่ 3,956 จุด และ แนสแด็ก หุ้นไฮเทคก็ขึ้นถึง 761 จุด ปิดที่ 11,114 จุด

เหตุที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯกระดี๊กระด๊ากันยกใหญ่นั้น เพราะมองข้ามช็อตไปข้างหน้าว่า เมื่อมาตรการสกัดเงินเฟ้อที่ผ่านมาได้ผลเช่นนี้…ทางธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจะผ่อนมาตรการลง โดยอาจขึ้นดอกเบี้ยแค่ร้อยละ 0.50 ในเดือนธันวาคม มิใช่ขึ้นแรงถึงร้อยละ 0.75 อย่างที่ตั้งเป้าไว้

โดยลืมไปว่าทางธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเฉพาะท่านประธาน เจอโรม พาวเวลล์ ท่านพูดแล้วพูดอีกว่า ธนาคารกลางจะไม่รีบร้อน จะไม่รีบผ่อน หรือรีบปรับนโยบายลงอย่างรวดเร็วเหมือนที่เคยเผลอทำไว้ในอดีต

จะต้องรอให้แน่ใจว่าสามารถจัดการเงินเฟ้อได้อยู่หมัดแล้ว… นั่นแหละจึงจะยอมผ่อนคลายมาตรการลงบ้าง

พูดเหมือนดักคอไว้ว่าไม่ว่าเงินเฟ้อจะลดหรือไม่ลด ยังไงเดือนธันวาคม จะต้องเหยียบเบรกแรง (ด้วยอัตราร้อยละ 0.75) กันอีกแน่ๆ…ซึ่งคงจะต้องติดตามกันต่อไปว่า การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯจะเป็นอย่างไร?

แต่ไม่ว่าอย่างไร ต้องถือว่าการที่เงินเฟ้อสหรัฐฯลดลงเป็นข่าวดี… แสดงว่ามาตรการหรือยารักษาโรคทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาโรคเงินเฟ้อยังใช้ได้อยู่…

อย่างไรก็ตามแม้จะมีข่าวดีเรื่อง “เงินเฟ้อ” สหรัฐฯลด แต่ก็มี “ข่าวร้าย” เกิดขึ้นในหลายๆประเทศ เมื่อสอดส่ายสายตาไปยังประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ โดยเฉพาะในยุโรป

เมื่อวานนี้เอง สหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ ซึ่งเจอปัญหาเศรษฐกิจหนักมากมาโดยตลอด ออกมายอมรับแล้วว่า เศรษฐกิจของอังกฤษหดตัวลง ราวๆ 0.2 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน หรือไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และเมื่อเร็วๆนี้ก็มีคำเตือนจากธนาคารกลางของอังกฤษว่า การหดตัวครั้งนี้อาจยาวนานกว่าทุกๆ ครั้งนับตั้งแต่ปี 1940 เป็นต้นมา

ขณะเดียวกัน ณ นาทีนี้ ประเทศใหญ่ๆหลายประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี ยังคงเป็นบวกอยู่ โดยเฉพาะรายงานไตรมาส 3 ชี้ให้เห็นว่า จีดีพีของทั้ง 3 ประเทศยังเป็นบวกอย่างชัดเจน

แต่จากการที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของยุโรปยังสูงมากถึงร้อยละ 8.5 ซึ่งแต่ละประเทศก็เริ่มเหยียบเบรกกันมาพอสมควรแล้ว ประกอบกับผลกระทบจากอังกฤษที่ลดลงก่อน น่าจะตามไปยังยุโรปอื่นๆในไม่ช้านี้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางของยุโรปยังมั่นใจว่า เศรษฐกิจยุโรปไม่น่าจะหดตัวลง…ซึ่งก็คงต้องติดตามต่อไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

ครับจากการส่องเศรษฐกิจโลกอย่างคร่าวๆในช่วงนี้ จึงพอจะสรุปได้ว่า มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย…ดังที่ผมพาดหัวคอลัมน์ไว้

ตรงข้ามกับเศรษฐกิจของไทยเรา…มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาแถลงให้กำลังใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ของเราน่าจะดีขึ้น

ผมจดตัวเลขต่างๆเอาไว้แล้ว พรุ่งนี้เราลองมาดูกันนะครับที่ว่าของเราจะดีขึ้นนั้น จะดีขึ้นแค่ไหนและอย่างไร?

Luxury Mystery Boxes เทรนด์ใหม่ ชอปโดยไม่รู้ของหรูที่ได้

Luxury Mystery Boxes เทรนด์ใหม่ ชอปโดยไม่รู้ของหรูที่ได้

ธุรกิจแฟชั่นเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ประสบปัญหาในช่วงโควิด-19 สินค้าจำนวนมากที่ขายไม่ออกและตกรุ่น เป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจนี้ ทำให้หลายแบรนด์ไม่กล้าปล่อยคอลเลคชันใหม่ออกมา

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของสตาร์ทอัพ 2 แห่ง คือ Heat (ลอนดอน) และ Scarce (นิวยอร์ก) ที่นำสินค้าเหล่านั้นจากแบรนด์ต่างๆ มาขายในรูปแบบ กล่องสุ่มของหรู หรือ Luxury Mystery Boxes โดยผู้ซื้อจะได้รับสินค้าที่มีราคารวมสูงกว่าราคาหน้ากล่องโดยเฉลี่ย 2-3 เท่า

ลูกค้าที่ซื้อกล่องสุ่มไปนั้น จะไม่ทราบเลยว่าด้านในมีอะไรบ้าง จนกว่าจะเปิดกล่องออกมาดู สามารถกำหนดได้เพียงไซส์เสื้อ กางเกง รองเท้า และระบุว่าเป็นสินค้าสำหรับเพศชายหรือหญิงเท่านั้น

บางกล่องอาจให้ระบุได้ว่าอยากได้แบรนด์ไหนเป็นพิเศษ แต่จะไม่ได้เจาะจงว่าเป็นเสื้อลายอะไร กางเกงสไตล์ไหน ทุกอย่างต้องไปลุ้นเอาในภายหลัง

หากมองแค่ผิวเผิน อาจดูไม่ต่างจาก “เหล้าเก่าในขวดใหม่” แต่พอเป็นการนำสินค้าหลายอย่างมามัดรวม ภายในกล่องที่ปิดทึบ กิมมิกเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างและโดนใจผู้บริโภคจำนวนมาก

ออกแบบ

ที่มาของแนวคิด

โจ วิลกินสัน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Heat อธิบายว่า เขาและหุ้นส่วนได้ไอเดียมาจากการเปิดกล่องสุ่มในยูทูบ และมองเห็นเทรนด์ที่คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจนำแนวทางดังกล่าวมาทำเป็นธุรกิจ

พวกเขาเริ่มต้นด้วยการจัดหาสินค้าที่เลยฤดูกาลไปแล้ว ซึ่งทางแบรนด์ขายไม่หมด และนำสินค้าหลายชนิดมาขายรวมกัน ภายในกล่องที่ออกแบบให้ดูดีมีมูลค่า

ทันทีที่ Heat เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2019 ไอเดียที่ได้จากวิดีโอบนยูทูบ ทำให้พวกเขาสามารถขายสินค้าได้หลายพันกล่องในทันที

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นกล่องแนว Streetwear ที่เป็นเสื้อผ้าแนวสตรีท หรือ Contemporary ที่จะได้สินค้าแฟชันที่ราคาสูงขึ้นมา

ส่วน Scarce ของฝั่งนิวยอร์ก เพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายแบรนด์ต้องการปล่อยสินค้าคอลเลคชันเก่าที่ค้างสต็อกพอดี เนื่องจากผลกระทอบของโควิด-19 ทำเอาหลายแบรนด์เหลือของเยอะจนแทบจะไม่มีที่เก็บ

แม้จะเป็นไอเดียที่เล่นกับความรู้สึก ในการลุ้นว่าของในกล่องที่ออกมาจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ได้ แต่ทั้ง Heat และ Scarce ก็มีนโยบายรับคืนสินค้าสำหรับผู้ที่ผิดหวังเช่นกัน โดยจะต้องส่งคืนภายใน 14 วัน และต้องคืนสินค้าทั้งกล่อง ไม่ใช่เฉพาะชิ้นใดชิ้นหนึ่ง อีกทั้งลูกค้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งเอง

ด้วยข้อกำหนดดังกล่าว ทำให้อัตราการคืนสินค้ามีไม่สูงนัก สำหรับ Heat มีลูกค้าส่งกล่องมาคืน 10-15% ขณะที่ Scarce รายงานว่าได้รับกล่องคืนเพียง 5% เท่านั้น

อัตราการคืนสินค้าที่เอ่ยมานับว่าต่ำมากสำหรับชาติตะวันตก โดยในสหรัฐฯ เอง เฉพาะการซื้อสินค้าที่ห้างหรือร้านค้าก็มีการขอคืนเงิน 5-10% อยู่แล้ว ส่วนช่องทางอีคอมเมิร์ซนั้นมีการคืนสูงถึง 15-40%

ทำไมคนจึงซื้อกล่องสุ่ม?

ทาง Wall Street Journal ทำการสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และได้สรุปว่าสาเหตุที่โมเดลธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จมี 3 ข้อด้วยกัน

อย่างแรกคือความรู้สึกที่ได้ลุ้นตอนเปิดกล่อง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นหลักของไอเดียนี้ แม้ลูกค้าจะมีความเสี่ยงที่อาจได้สินค้าไม่ถูกใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับความรู้สึกตื่นเต้นเข้ามาแทน

ถัดมาคือเรื่องของราคา สำหรับผู้ที่มีงบจำกัด แต่อยากได้สินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าราคาที่จ่ายไป เพราะอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้ระบุแบรนด์ที่ตนชื่นชอบ และสามารถขอคืนได้ในกรณีที่รู้สึกผิดหวังจริงๆ

และเหตุผลสุดท้ายคือ ความนิยมชมชอบในตัวแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากกว่าตัวสินค้าเองเสียอีก หลายคนไม่ได้สนใจว่าเสื้อผ้าที่ได้จะมีรูปลักษณ์แบบไหน ตราบใดก็ตามที่มีโลโก้แบรนด์โปรดอยู่บนนั้น

ปรับตัวสู่ยุคใหม่

เจคอบ เม็ตซเกอร์ และ ยอสซี เชตริต ผู้บริหารของ Scarce เผยว่าในปี 2020 ที่ผ่านมา พวกเขาเริ่มมองหาสินค้าจากผู้จัดจัดจำหน่ายและแบรนด์ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ตั้งแต่ที่สินค้าเหล่านั้นยังไม่วางขาย ผลปรากฎว่าหลายแบรนด์ให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการปล่อยสินค้าให้ เพื่อลดสต็อกที่คาดว่าจะขายไม่หมด

นอกจากการขายสินค้าค้างสต็อกแล้ว ทั้ง Heat และ Scarce ยังได้ทำให้กล่องสุ่มของพวกเขาน่าดึงดูดยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบกล่องให้ดูดีมีมูลค่า และนำอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาช่วยโปรโมต โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์

ปัจจุบัน Heat มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 650,000 บัญชี ส่วน Scarce ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจเมื่อเดือนที่แล้ว (ธ.ค. 2020) ก็มีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มเดียวกันถึง 116,000 บัญชีเข้าไปแล้ว

ความสำเร็จของธุรกิจนี้แสดงให้เห็นว่า ลูกค้าหลายคนไม่ได้สนใจที่จะต้องรีบครอบครองคอลเลคชันใหม่ล่าสุดอีกต่อไป การนำสินค้าที่ออกมาได้พักใหญ่ๆ มาเพิ่มมูลค่าด้วยการจับใส่กล่องสุ่ม เป็นอีกหนทางที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่มองหาสินค้าแบรนด์ในราคาที่ถูกลง

ด้านผู้ประกอบการเอง ฝั่งหนึ่งก็ได้ปล่อยสินค้าที่ขายออกยากในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยมีตัวกลางนำมาจัดรวมใส่แพคเกจและวิธีขายรูปแบบใหม่ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเข้าสู่โลกยุคโควิด-19 อย่างแท้จริง

เดอะ คอฟฟี่ คลับ เติบโตต่อเนื่อง งัด 3 กลยุทธ์ มัดใจผู้บริโภค

ตลอดปี 2565 ‘เดอะ คอฟฟี่ คลับ’ เติบโตต่อเนื่อง งัด 3 กลยุทธ์ มัดใจผู้บริโภค ทั้งคนไทย-ต่างชาติ

เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) เผยว่า การดำเนินธุรกิจตลอด 3 ไตรมาสปี 2565 เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นร้านกาแฟแบบออลเดย์ไดนิ่งสัญชาติออสเตรเลีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘โมเมนต์ดีๆ ที่มีได้ทุกวัน’ และขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติมากขึ้น โดยที่จะเน้นลูกค้าคนไทยเป็นหลัก ผ่านกลยุทธ์ของทางแบรนด์

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ เผยว่า “ภาพรวมการดำเนินงานตลอด 3 ไตรมาสปี 2565 เดอะ คอฟฟี่ คลับ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการมุ่งเน้นสะท้อนจุดแข็งของการให้บริการรูปแบบ ‘ร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่ง’ ด้วยการปรับเปลี่ยน ต่อยอดเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ให้มีความหลากหลายกว่า 100 เมนู พร้อมการให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ด้วยราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการเปิดสาขามากขึ้น และขยายโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่

เดอะ คอฟฟี่ คลับ

ปัจจุบัน เดอะ คอฟฟี่ คลับ มีทั้งหมด 35 สาขาทั่วประเทศ จากในปี 2564 ที่สามารถเปิดได้ไม่ถึง 30 สาขา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2565 ทางแบรนด์มองว่ายังมีโอกาสขยายการเติบโตได้อีกมาก ด้วยสถานการณ์และมาตรการเปิดประเทศที่เต็มรูปแบบ ทำให้ทางแบรนด์ได้วาง 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย

1. Winning in Coffee & Breakfast Credentials (ความเป็นที่สุดด้านกาแฟและอาหารเช้า) – กว่า 30 ปีที่ผ่านมา เดอะ คอฟฟี่ คลับ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยกาแฟที่มีคุณภาพและการันตีด้วยรางวัล ‘Golden Bean Award’ จากออสเตรเลีย 3 ปีซ้อน โดยกาแฟทุกแก้วของเดอะ คอฟฟี่ คลับ ใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟระดับพรีเมียม รวมถึงส่วนผสม ตลอดจนการให้บริการตามมาตรฐานออสเตรเลีย

โดยในปลายปีนี้ ทางแบรนด์มีแผนเปิดตัวเมนูกาแฟฟรุตตี้ใหม่ 2 เมนู ได้แก่ กาแฟมะพร้าว (Espresso Coconut) และกาแฟส้มจี๊ด (Espresso Soomjeed) ให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติใหม่ที่อร่อยอย่างลงตัวและไม่เหมือนใคร และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม กาแฟดริป (Drip Coffee) เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้า

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์คือเมนูออลเดย์เบรกฟาสต์ทั้งสไตล์ไทยและฝรั่ง สำหรับผู้บริโภคที่ชอบอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ โดยในปัจจุบัน เดอะ คอฟฟี่ คลับ ได้ปรับเมนูที่เน้นอาหารเช้าเป็นหลัก เพื่อที่จะย้ำถึงคอนเซปท์ ‘ออลเดย์เบรกฟาสต์’ ด้วย และปรับเมล็ดกาแฟตามาตรฐานคุณภาพ

2. Winning in Experience (การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า) – มีการนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงการทยอยปรับดีไซน์ร้านและโลโก้ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีความทันสมัยมากขึ้น

พร้อมการเปิดสาขาเพิ่มตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก คู่ไปกับการขยายธุรกิจในรูปแบบ Grab & Go ที่มีขนาด 30-40 ตารางเมตร ที่จะมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มีความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับ Australian Café สำหรับเจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทยมากขึ้นด้วย

โดยทางแบรนด์เตรียมเปิดตัวร้านรูปแบบ Grab & Go ที่แรก ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน จังหวัดภูเก็ต และจะทยอยเปิดเพิ่มต่อเนื่อง ทำให้ภายในปี 2565 เดอะ คอฟฟี่ คลับ ตั้งเป้ามีสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 39 สาขา

3. Winning in VIP Member (การสร้างประสบการณ์พิเศษสำหรับลูกค้าและสมาชิก) – อีกหนึ่งเป้าหมายของเดอะ คอฟฟี่ คลับ ก็คือการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ให้กว้างมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งในปัจจุบัน ทางแบรนด์มีสมาชิกราว 85,000 คน และตั้งเป้าให้จำนวนสมาชิกอยู่ที่ 100,000 คน ภายในสิ้นปี 2565 และแตะ 200,000 คนภายในปี 2566 ที่จะถึงนี้

โดยลูกค้าที่เป็นสมาชิก เดอะ คอฟฟี่ คลับ จะมีสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มของร้าน นอกจากนี้ ยังมีตุ๊กตาจิงโจ้ ‘น้องคอฟฟี่’ และตุ๊กตา ‘น้องหมีโคอาล่าคลับ’ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน ที่เป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียให้ได้สะสมเป็นเจ้าของเฉพาะเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม 2565 นี้เท่านั้น

นางนงชนกยังส่งท้ายด้วยว่า “อย่างไรก็ตามจากกลยุทธ์ เชื่อมั่นว่า เดอะ คอฟฟี่ คลับ จะส่งมอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างครอบคลุม ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรับประทานที่ร้านสั่งกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติเติบโตในสัดส่วนจาก 60:40 เป็น 70:30 และคาดว่าภาพรวมตลอดปี 2565 จะมีการเติบโตมากกว่า 150% สะท้อนความเป็นไลฟ์ฮับร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่งที่มีอาหารเครื่องดื่มครบครันรองรับการบริโภคของทุกคนได้ในทุกวันทุกโอกาส”

 

“เปแอสเช” ยิงไม่ซ้ำหน้า ไล่ถล่ม “โอแซร์” รั้งจ่าฝูง ลีก เอิง

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เรียงหน้ายิงแบบไม่ซ้ำหน้า เปิดบ้านไล่ถล่ม โอแซร์ ไปอย่างขาดลอย รั้งจ่าฝูง ลีก เอิง ฝรั่งเศส ต่อไป

การแข่งขันฟุตบอล ลีก เอิง ฝรั่งเศส ฤดูกาล 2022-23 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. 65 คู่ที่น่าสนใจ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมจ่าฝูง เปิดสนาม ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ รับการมาเยือนของ โอแซร์

ผลปรากฏว่า เปแอสเช เอาชนะ โอแซร์ ไป 5-0 โดย เปแอสเช ได้ประตูจาก คีเลียน เอ็มบัปเป นาทีที่ 11, การ์ลอส โซแลร์ นาทีที่ 51, อัชราฟ ฮาคิมี นาทีที่ 57, เรนาโต ซานเชซ นาทีที่ 81 และ ฮูโก เอกิติเก นาทีที่ 84

ทั้งนี้ จากชัยชนะดังกล่าวทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เก็บเพิ่มเป็น 41 คะแนน นำจ่าฝูงของตารางต่อไป ทิ้งห่าง ล็องส์ อันดับ 2 ไปเป็น 5 คะแนน ส่วน โอแซร์ มี 13 คะแนน อยู่อันดับ 17

เว็บพนันบอล ดีที่สุด

การเลือก เว็บพนันบอล ดีที่สุด ต้องเป็นเว็บพนันบอลที่แก้ไขปัญหาได้อย่างดี 

การเลือกเว็บพนันบอลออนไลน์ในปัจจุบันสามารถเลือกได้อย่างอิสระเสรี นักพนันบอลทุกคนจะต้องเลือกเว็บไซต์ที่แก้ปัญหาในการแทงบอลให้แก่ตนเองได้เป็นอย่างดีด้วย สำหรับการเลือก เว็บพนันบอล ดีที่สุด จะทำให้เราเข้าไป สมัครเว็บบอล

เพื่อเริ่มต้นแทงบอลออนไลน์ได้อย่างดี โดยเลือกทางบอลที่เหมาะสมกับตนเอง อย่างเช่นการเริ่มต้นแทงบอลเต็งบอลเดี่ยวที่มีโอกาสชนะได้สูง โดยไม่ว่าใครก็ตามสามารถผันตัวเองให้เป็นเซียนพนันบอลออนไลน์ได้ เมื่อแทงบอลเต็งบอลเดี่ยวและแทงบอลสูงต่ำหรือการแทงบอลคู่คี่จนเกิดความชำนาญ ก็สามารถเลือกแทงบอลชุดบอลสเต็ปหรือการแทงบอลแบบทายผลสกอร์ที่แม่นยำโดยทำผลกำไรได้มากยิ่งขึ้น 

เว็บพนันบอล ดีที่สุด

แทงบอลกับ เว็บพนันบอล ดีที่สุด ได้รับระบบฝากถอนโอนเงินเพื่อลงทุนอย่างรวดเร็ว 

ในการแทงบอลออนไลน์สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์บอลและวางแผนการแทงบอลออนไลน์อย่างรอบคอบ และสิ่งสำคัญต่อมานั่นคือการเลือก เว็บพนันบอล ดีที่สุด เพื่อการแทงบอลทุกครั้ง จะได้รับระบบฝากถอนโอนเงินเพื่อลงทุนในการแทงบอลได้อย่างรวดเร็ว และจะต้องเป็น เว็บพนันบอลถูกกฎหมาย ที่เข้าไปใช้บริการแทงบอลออนไลน์ได้อย่างเปิดเผย พร้อมกับความมั่นคงและปลอดภัยในการเข้าไปเดิมพันกับการแทงบอลทุกประเภท หรือไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลลีกสโมสรได้หรือประเทศใดก็ตามเราสามารถนำมาวางเงินเดิมพันในโพยบอลเดียวกันได้เป็นอย่างดี 

ไม่ว่าจะเป็นการ เว็บพนันบอล ไม่ผ่านเอเย่นต์ รูปแบบใดก็ตาม เราสามารถเลือกแทงได้ตามใจชอบและแทงได้อย่างอิสระเสรี ผ่านเว็บพนันออนไลน์ที่เราเชื่อใจและไว้ใจ และรับโปรโมชั่นที่ดีที่สุดได้อย่างมากมายทั้งเครดิตเงินฟรีและโบนัสเงินคืน เพื่อนำไปรวมกับเงินทุนตนเองในการแทงบอลออนไลน์ได้ทุกประเภทและทุกรูปแบบ โดยสามารถนำผลกำไรที่ได้รับไปต่อยอดกับการแทงบอลในรูปแบบอื่นๆควบคู่ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นการแทงบอลเต็งบอลเดี่ยวควบคู่กับการแทงบอลชุดบอลสเต็ป ถึงแม้เราจะพลาดจากการแทงบอลชุดบอลสเต็ปก็ยังทำผลกำไรจากการทางบอลเต็งบอลเดี่ยวที่มีโอกาสชนะได้สูงได้ 

เว็บพนันบอล ไม่ผ่านเอเย่นต์

แทงบอลออนไลน์ดีที่สุดคือเว็บไซต์ที่จ่ายเงินจริงและจ่ายเงินตัวอย่างครบครัน

โดยการเป็นเซียนพนันบอลในปัจจุบันนี้ทำง่ายมาก นักพนันบอลทุกคนสามารถรับรู้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลพร้อมกับวางเงินเดิมพันในการแทงบอลเพื่อทำผลกำไรเป็นเงินเข้าบัญชีได้เป็นอย่างดี โดยการเลือก เว็บพนันบอล ดีที่สุด เราสามารถดูแนวทางจากนักพนันบอลมืออาชีพในเว็บไซต์ pantip

เพื่อเลือก สมัครเว็บบอล ที่ดีที่สุดได้ พร้อมกับทำการเปรียบเทียบราคาต่อรองฟุตบอลก่อนที่จะวางเงินเดิมพันในการแทงบอล เว็บพนันบอลดีที่สุด2022 pantip อย่างมั่นใจ ทั้งการแทงบอลชุดบอลสเต็ปที่ลงทุนน้อยแต่ทำผลกำไรเยอะ หรือจะเป็นการแทงบอลเต็งบอลเดี่ยว การแทงบอลคู่คี่ การแทงบอลสูงต่ำ ที่มีโอกาสคว้าชัยชนะได้เป็นอย่างสูง 

แหล่งที่มา : hownowbaccarat.com